ใช้ SSH ผ่าน SOCKS Proxy

ที่ทำงานส่วนใหญ่มักจะไม่อนุญาตให้ใช้เซเคียวร์เชลล์ (SSH) ไปเว็บไซต์ภายนอก ทั้งการใช้งานรีโมทเชลล์ (remote shell) หรือกิต (git) ถ้าที่ทำงานมีซ็อกซ์พร็อกซี่ (SOCKS Proxy) ให้ ก็พอมีทางเป็นไปได้ โดยถ้าใช้ระบบลินิกซ์ (Linux) ก็อาจจะมีวิธีปรับแต่งง่ายหน่อย แต่ถ้าเป็นวินโดวส์ (Windows) ต้องใช้แรงนิดนึง

วิธีการใช้งานเซเคียวร์เชลล์ผ่านซ็อกซ์พร็อกซี่

  1. ติดตั้งโปรแกรมคอนเน็กท์ (connect.exe)
  2. ตั้งค่าในไฟล์ <โฮม>\.ssh\config ดังนี้

Host <ชื่อเซิร์ฟเวอร์>
    User                    git
    ProxyCommand            connect -S <ชื่อซ็อกซ์พร็อกซี่>:1080 %h %p

เท่านี้ก็สามารถใช้งานได้ ไม่ว่าจะผ่านคอมมานด์ไลน์ (command line) หรือพุตตี้ (PuTTY)

ที่มา

สแลช (Slash)

Advertisements

ใช้บริการเว็บไหนเก็บซอร์สโค้ดส่วนตัวดี

31 ก.ค. 2558 เพิ่มเติมทางเลือกที่ 4 ซอร์สฟอร์จ ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นที่เก็บโค้ดที่ทำส่วนตัวนอกเหนือจากโอเพ่นชิฟท์

เนื่องจากต้องการหาที่สำหรับเก็บซอร์สโค้ด (source code) ส่วนตัว เพื่อความสะดวกในการเข้าถึงจากหลายๆที่ และสามารถย้อนกลับไปดูประวัติการแก้ไขได้ จึงได้ทำการค้นหาเพื่อหาทางเลือก

ตอนนี้กิต (git) น่าจะเป็นคลังเก็บซอร์สโค้ด (VCS: Version Control System) ที่มาแรงที่สุด ด้วยความที่ระบบการจัดการเป็นแบบกระจายศูนย์ (distributed) ซึ่งยืดหยุ่นกว่าแบบเดิมๆ คือแบบรวมศูนย์อย่าง สับเวอร์ชั่น (subversion) หรือ ซีวีเอส (cvs) ที่เคยโด่งดังในอดีต เพราะเมื่อเครื่องศูนย์กลางเสียหาย สร้างใหม่ได้จากซอร์สโค้ดที่เก็บอยู่ และยังสามารถกระจายได้อย่างรวดเร็ว จึงเหมาะกับกลุ่มโอเพ่นซอร์ส (open source)

เมื่อเลือกจะใช้กิตเป็นคลังส่วนตัว (private repository) เท่าที่ค้นหามามีอยู่ 3 ทางเลือก

  1. กิตฮับ (github) ผู้โด่งดัง สมาชิกฟรีไม่สามารถสร้างคลังส่วนตัวได้ ต้องเสียเงินเท่านั้น
  2. บิตบั๊คเก้ต (bitbucket) สมาชิกฟรีสร้างคลังส่วนตัวได้ไม่จำกัดจำนวน แต่จำกัดคนใช้งานร่วมกันได้ 5 คนต่อ 1 คลัง
  3. ใช้บริการของโฮสติ้ง (hosting) หรือคลาวด์เซอร์วิส (cloud service) เช่น แอชเชอร์ (azure) ของไมโครซอฟต์ หรือ โอเพ่นชิฟท์ (openshift) ของเร้ดแฮต (redhat)
  4. ซอร์สฟอร์จ (sourceforge) สมาชิกสร้างได้ฟรีโดยเข้าไปที่โปรไฟล์ (Profile) และกดเพิ่มทูล (Add Tool) ในส่วนของทูลส่วนตัว (Personal Tools) จากนั้นเพิ่มกิต (Git)

เนื่องจากยังไม่ได้ทำงานร่วมกับใคร จึงใช้แบบที่ 3 โดยเลือกโอเพ่นชิฟท์ไปก่อน เพราะสะดวกที่สุด ใช้เพียงการสร้างเซเคียวเชลล์ เซอร์ติฟิเขต (secure shell certificate) และด้วยข้อดีของกิตจึงเอาไว้พุช (git push) ขึ้นบิตบั๊คเก้ตทีหลังก็ยังได้

เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะ หวังว่าไม่ได้ทำให้สาวกกิตฮับหรือบิตบั๊คเก้ตเคืองนะ ยังมีผู้ให้บริการอีกหลายค่ายที่ไม่ได้พูดถึงอีกเยอะเหมือนกัน

สแลช (slash)